วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2556

software ประยุกต์

โปรแกรมอรรถประโยชน์อื่นๆ ( stand alone utility programs ) เป็นโปรแกรมที่ช่วยเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น
2.1) โปรแกรมป้องกันไวรัส ( anti-virus program ) การใช้งานคอมพิวเตอร์ ร่วมกับบุคคลอื่นๆ โดยเฉพาะใช้กับเครือข่ายอาจทำให้คอมพิวเตอร์ได้รับไวรัส วึ่งทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ลดลงหรือไม่สามรถทำงานต่างๆได้ จึงมีผู้ พัฒนาโปรแกรมเพื่อตรวจหาและกำจัดไวรัสอย่างไรก็ได้
2.2) โปรแกรมไฟร์วอลล์( firewall ) เป็นโปรแกรมที่จะช่วยป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกบุกรุกเข้ามาในระบบได้ ซึ่งข้อมูลที่ไม่ได้รับการอนุญาตนี้เองอาจเป็นข้อมูลที่ไม่หวังดีเข้าระบบได้ซึ่งผู้ใช้สามรถนำมาใช้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายนิยมใช้กันระบบปฏิบัติการวินโดวส์
2.3) โปรแกรมบีบอัดไฟล์ ( file compression utility ) เป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่ บีบอัดไฟล์ให้มีขนาดเล็กลง โดยไฟล์ที่ได้จากการบีอัดนี้ บางครั้งนิยมเรียกว่าชิปไฟล์ ( zip file )โปรแกรมอรรถประโยชน์ที่นิยมและรู้จักกันอย่างดีเช่น win zip
2.4) โปรแกรม office ได้แก่ 1. Microsoft Office PowerPoint เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการรายงานข้อมูลงานสรุป สู่สายตาสาธารณชน ด้วยภาพ เสียง ข้อความ และ effect ด้วยข้อมูลแบบพิเศษ
2. Microsoft Office Excel เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการคิดคำนวณ ประมวญผล วิเคราะห์ตัวเลข จากตารางทำงาน
3. Microsoft Office Word เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการทำรายงาน จัดการเอกสารตัวหนังสือ
4. Microsoft Office Access เป็นโปรแกรมใช้ในกานจัดฐานข้อมูล
2.5 utility ได้แก่ 1.paint เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการวาดภาพ และ จัดการไฟล์ภาพ
2. Windows Media Player ใช้ดูหนัง ฟังเพลง
3. Internet Explorer เป็นโปรแกรมช่วยเปิด เว็บไซต์
4. Calculator เป็นโปรแกรมเครื่องคิดเลข 5. Notepad โปรแกรมกระดานเขียน พิมพ์ ข้อความตัวหนังสือ

software ระบบปฏิบัตการณ์

ระบบปฏิบัติการ (Operating system :os) หมายถึง ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเปิดเครื่องอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ได้แก่
1.ดอส (Dos) เป็นระบบปฏิบัติการพื้นฐานที่ใช้ติดต่อกับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับเครื่องตั้งแต่ CUP Monitor printer และอื่นๆ
2.ไมโครซอฟต์วินโดวส์ (Microsoft windows) ระบบปฏิบัติการนี้มีการแสดงผลเป็นรูปภาพและใช้สัญญาลักษณ์ในรูปรายการเลือก(Menu) หรือ สัญรูป (icon) ในการสั่งงาน
3.แมคอินทอช (Macintosh Operating System) เป็นระบบปฏิบัติการแรกแรกของคอมพิวเตอร์แมคอินทอชเป็นผลิตภัณฑ์แรกที่ประสบความสำเร็จในการทำงานแบบระบบ gui
4.ลินุกซ์ (Linux) ลินุกซ์เป็นระบบปฏิบัติการที่ได้รับความนิยมมากซึ่งลินุกซ์เป็นระบบปฏิบัติการที่มีลักษณะคล้ายกับยูนิกซ์แต้มีขนาดเล็กกว่าและทำงานได้เร็วกว่า ในช่วงแรก
5.วินโดวส์( windows server ) เป้นระบบปฏินัติการที่ใช้กับระบบเครื่อข่ายโดยเฉพราะผลิตมาเพื่อการใช้งานระดับองกรณ์ขนาดเล็กและขนาดกลาง
6.ปาล์ม(palmos) เป็นปฏิบัติการที่เกิดขึ้นมาพร้อมๆกับคอมพิวเตอร์แบบพกพามาใช้ในยุคแรกแรกซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในเวลาต่อมา
7.ซิมเบียน (symbian so) เป็นระบบปฏิบัติการออกแบบมาเพื่อรองรับเทคโนโลยีไร้สายโดยเฉพราะกับสมาร์ตโฟนโดยเฉพราะ
8.แอนดอรอยด์ ( Android ) เป็นระบบปฏิบัติการเพื่อเปิดโทรศัพท์ที่มี Applion คล้ายกับ Windows แตกต่างตรงที่พัฒนาแบบ Open Source(ไม่มีลิขสิทธิ์ ) บริษัทที่พัฒนาตัวนี้เป็นของ Apple เพื่อใช้ใน iphone ขณะนี้มีผู้พัฒนามากขึ้น คือ google ซึ่งกำลังพัฒนาให้สามารถใส่ในเครื่อง โทรศัพท์มือถือได้ที่รุ่น

วันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ขัอมูลส่วนตัว

ชื่อ  กฤตฤณ    นามสกุล   กลิ่นเสถียร
ชื่อเล่น  ฮาร์ดร็อค
ชั้น  ม.2/5  เลขที่ 3
วันเกิด 13 มกราคม พ.ศ. 2543
อายุ 13 ปี
ที่อยู่ 93 ม.3 ต.จอมปลวก อ. บางคนที จ. สมุทรสงคราม
รหัสไปรษณีย์  75120
เบอร์โทร 087-7810093
เลขประจำตัวประชาชน 1700401315594
เลขประจำตัวนักเรียน 23941
โรงเรียน  ถาวรานุกูล
เพศ ชาย
ส่วนสูง 156 น้ำหนัก 45.5
เพื่อนสนิท  ชนกานต์ ศรีลำ
อาหารที่ชอบ ผัดกระเพรา
งานอดิเรก เป่าแซกโซโฟน
วิชาที่ชอบ ดนตรีสากล
คติประจำใจ   ดีได้ดีไป

วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

งานที่2

กระบวนการของเทคโนโลยี
1.เก็บข้อมูลดิบจากสิ่งที่ต้องการ
2.นำมาวิเคราะห์ประมวลผล
3.ได้สารสนเทศที่สามารถสื่อความได้


วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ความหมาย

ความหมายของข้อมูลสารสนเทศ

             ข้อมูล หมายถึง ข้อเท็จจริงต่างๆ ที่มีอยู่ในธรรม ชาติ เป็นกลุ่มสัญลักษณ์แทนปริมาณ หรือการกระทำต่างๆ ที่ยังไม่ผ่านการวิเคราะห์ หรือการประมวลผล ข้อมูลอยู่ในรูปของ ตัวเลขตัวหนังสือ รูปภาพ แผนภูมิ เป็นต้น
สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลที่ผ่านการเปลี่ยนแปลง หรือจัดกระทำเพื่อผลของการ เพิ่มความรู้ ความเข้าใจของผู้ใช้ ลักษณะของสารสนเทศ จะเป็นการรวบรวมข้อมูลหลายๆ อย่างที่เกี่ยวข้องกันเพื่อจุดมุ่งหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งมีองค์ประกอบ 5 ส่วนคือ
1. ข้อมูล เป็นตัวเลข ข้อความ เสียงและภาพ เป็นข้อมูล ป้อนเข้า
2. การประมวลผล เป็นการกำหนดความสัมพันธ์ของข้อมูล จัดกระทำข้อมูล เพื่อ ให้เหมาะสมต่อการนำไปใช้
3. การจัดเก็บ เป็นวิธีการที่จะเก็บข้อมูลให้เป็นระบบที่สะดวกต่อการใช้ และ สามารถแก้ไขปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน
4. เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการเก็บข้อมูล การประมวลผลทำให้เกิดผล ผลิต ได้แก่ คอมพิวเตอร์ โปรแกรมสำเร็จรูป อุปกรณ์การสื่อสาร เป็นต้น
5. สารสนเทศ ผลผลิตของระบบสารสนเทศจะต้องถูกต้อง ตรงกับความต้อง การใช้ และทันต่อเหตุการณ์ใช้งาน
การผลิตสารสนเทศจากข้อมูล
การผลิตสารสนเทศ จะมีขั้นตอนหรือวิธีการต่างๆ ในการปฏิบัติ 9 วิธี ดังนี้
1. การรวบรวม (Capturing) เป็นการดำเนินการเพื่อรวบรวมและบันทึกข้อมูลให้ อยู่ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เพื่อการประมวลผล เช่น การบันทึกไว้ในแฟ้มเอกสาร หรือด้วย เครื่องคอมพิวเตอร์ การรวบรวมทำได้โดยการสังเกตการสัมพันธ์ การทำแบบสอบถาม การ ทดสอบและการใช้แบบสำรวจ ข้อมูลที่ได้จะต้องมีคุณลักษณะ สำคัญ 2 ประการ คือ ความ ตรงตามความต้องการที่กำหนดไว้ และมีความเชื่อถือได้
2. การตรวจสอบ (Verifying) เป็นขั้นตอนสำคัญในระบบการผลิตสารสนเทศ ทำขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่า ข้อมุลได้รับการรวบรวม และบันทึกเอาไว้อย่างถูกต้อง การตรวจสอบ ข้อมูลเป็นการค้นหา รวบรวมข้อมุลที่ยังมีความผิดพลาดโดยทั่วไป จะกระทำได้ 3 ลักษณะคือ
2.1 การตรวจสอบความเป็นไปได้ หรือความสมเหตุ สมผลของข้อมูล
2.2 การตรวจสอบความสอดคล้องกัน
2.3 ตรวจสอบความสัมพันธ์ของข้อมูล เป็นการตรวจสอบความถูกต้องของ ข้อมูล โดยอาศัยความสัมพันธ์ของข้อมูลเป็นเกณฑ์
3. การจำแนก (Classifying) เป็นการกำหนดหลักการแบ่งประเภทข้อมูล เป็น หมวดหมู่หรือเป็นกลุ่ม ตามคุณสมบัติของข้อมูลในลักษณ์ ที่หมาะสมมีความหมายและเป็น ประโยชน์แก่ผู้ใช้ โดยการกำหนดสิ่งที่เหมือนกันไว้ด้วยกัน
4. การจัดเรียงลำดับ (Arranging) ภายหลังที่มีการจำแนกข้อมูลและการกำหนด รหัสข้อมูลแล้ว จำเป็นต้องจัดวางโครงสร้างของแฟ้มข้อมูล ว่าจะจัดเรียงลำดับระเบียบ ข้อมูลในแฟ้มข้อมูลอย่างไร
5. การสรุป (Summarizing) เป็นการจัดรวบรวมข้อมูลเข้าด้วยกันหรือแบ่ง กลุ่มข้อมูล และรวบยอดของแต่ละกลุ่ม เพื่อเตรียมคำนวณหาค่าดัชนี หรือสารสนเทศในขั้น ต่อไป การสรุปหรือการรวบรวมยอดข้อมูลนี้ มีประโยชน์ในการตรวจสอบความแนบนัย ของ ข้อมูลอีกด้วย
6. การคำนวณ (Calculating) เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะจัดการทำข้อมูลให้เป็น สารสนเทศ ที่อาศัยกระบวนการของคณิตศาสตร์ มาจัดกระทำกับข้อมูล ในรูปความสัมพันธ์ กัน เช่น อัตราส่วน สัดส่วน และเลขดัชนี เพื่อให้ได้สารสนเทศที่มีความหมายตามความต้องการ ของผู้ใช้ที่ได้กำหนดไว้แล้ว
7. การจัดเก็บ (Storing) หลังจากที่ได้คำนวณได้ค่าสารสนเทศหรือดัชนีต่างๆ แล้ว ขั้นตอนต่อมาคือ การจัดเก็บเพื่อการบริการว่าจะต้องจัดเก็บทำข้อมูลพื้นฐานและสารสนเทศที่ ผ่านการจัดกระทำด้วยมือหรือเครื่องคอมพิวเตอร์
8. การเรียกใช้ (Retrieving) เป็นกระบวนการค้นหา และดึงข้อมูลที่ต้องการออก จากสื่อ ที่ใช้เพื่อปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน หรือเพื่อให้บริการและคำตอบแก่ผู้ใช้
9. การเผยแพร่ (Disseminating and Reproducing) เป็นเป้าหมายสุดท้าย ของการดำเนินการสารสนเทศ คือการเผยแพร่สารสนเทศให้กับผู้ใช้ในรูปแบบต่างๆ ทำให้แบบ เอกสาร รายงานหรือการเสนอบนจอภาพ
ลักษณะของสารสนเทศที่ดีต้องประกอบไปด้วยรายละเอียด ดังนี้
1. ความเที่ยงตรง (Accuracy) หมายถึง ปราศจากความเอนเอียง สารสนเทศที่ดี ต้องบอกลักษณะความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ไม่ชี้นำปทางใดทางหนึ่ง
2. ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ (Relevancy) หมายถึง มีเนื้อหาตรงกับเรื่อง ที่ต้องการใช้ของผู้ใช้แต่ละคน
3. ทันต่อเวลา (Timeliness) หมายถึง สามารถนำสารสนเทศที่ต้องการไปใช้ได้ ทันต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การจัดเตรียมสารสนเทศให้ทันต่อเวลา ที่ต้องการใช้ มี 2 ลักษณะ คือ การจัดทำสารสนเทศล่วงหน้าตามกำหนดเวลาที่เหตุการณ์จะเกิดในอนาคต และการจัดทำสาร สนเทศอย่างรวดเร็วเพื่อนำไปใช้ในเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น

-->